การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย
ขั้นที่ 1 (ตัดหน้าอก และมดลูกรังไข่)
การผ่าตัดหน้าอกในขั้นตอนที่ 1 เป็นการผ่าตัดเลาะเต้านมออกทั้งหมด เพื่อทำให้หน้าอกแบนราบเช่นเดียวกับหน้าอกของผู้ชาย การผ่าตัดจะทำได้สองวิธีหลัก ๆ คือ
| 1.1 |
กรณีที่หน้าอกไม่โตมาก จะผ่าตัดผ่านทางปานนม และ เลาะเต้านมทั้งหมดออกเหลือแต่ผิวหนังโดยรอบที่มีปริมาณไม่มากนัก และจะใช้เวลาไม่นานก็จะยุบตัวและแบนราบในที่สุด |
| 1.2 |
กรณีที่มีหน้าอกโตมากและมีผิวหนังรวมทั้งตำแหน่งหัวนมอยู่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นในผู้ชาย จำเป็นต้องตัดเอาเต้านมทั้งหมดออกและผิวหนังหน้าอกส่วนเกินออกไปพร้อมกัน และสร้างหัวนมและปานนมใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง |
ซึ่งทั้งสองวิธีจะใช้เวลาหายของแผลและการดูแลที่แตกต่างกันเล็กน้อย:
การดูแลแผลในผู้ที่ได้รับการตัดหน้าอกผ่านทางปานนม
| 1 |
เมื่อผู้ป่วยออกจากห้องผ่าตัดมักจะมีผ้าพันหน้าอกและสายระบายเลือดน้ำเหลืองออกจากหน้าอกข้างละ 1 เส้น เพื่อระบายน้ำเลือด น้ำเหลืองออกจากหน้าอกให้หน้าอกเรียบและป้องกันการเกิดเลือดคั่งค้างภายในหน้าอก เมื่อแผลแห้งดีและมีปริมาณน้ำเลือดออกน้อยลงแล้วแพทย์จะถอดสายออกให้โดยทั้งนี้มักจะก่อนที่ผู้ป่วยจะออกจากโรงพยาบาล ส่วนแผลบริเวณปานนมมักจะแห้งสนิทและอาจจะถอดไหมออกได้ก่อนกลับในผู้ป่วยส่วนมาก แต่ในบางรายแพทย์อาจจะนัดมาถอดไหมออกได้หลังจากมาตรวจแผลอีกครั้ง โดยปกติจะไม่เกิน 2 สัปดาห์. |
| 2. |
หลังจากถอดไหมแล้วบริเวณหน้าอก แพทย์จะปิดพลาสเตอร์ที่บริเวณรอยเย็บเพื่อทำให้แผลหายสนิทดียิ่งขึ้นและป้องกันการแตกแยกของแผลเย็บ ในกรณีที่มีน้ำเหลืองหรือมีเลือดออกจากแผล สมควรกลับมาพบแพทย์เพื่อดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นและทำความสะอาดแผลเย็บใหม่ |
| 3. |
การอาบน้ำสามารถทำได้หลังจากแผลหายสนิทดีแล้ว โดยปกติหลังจาก 2 สัปดาห์แล้วสามารถอาบน้ำได้ตามปกติแต่ไม่ควรถูหรือขัดบริเวณแผลผ่าตัดเพราะอาจจะทำให้แผลแยกได้ |
| 4. |
หน้าอกหลังการผ่าตัดในระยะแรกจะมีลักษณะไม่เรียบ เนื่องจากอาการบวมและผนังหน้าอกยังไม่ประสานกับกล้ามเนื้อได้ดี หลังจาก 1 เดือนแล้วอาจจะทำให้เรียบได้ดีขึ้นโดยการนวดเบา ๆ บริเวณหน้าอก และการใช้แถบผ้ายืดรัดหน้าอกที่ถูกวิธีจะทำให้หน้าอกแบนราบได้เร็วขึ้นและป้องกันการเกิดการบวมซ้ำได้อีกทางหนึ่ง |
| 5. |
ความรู้สึกของหน้าอกหลังการตัดเต้านมจะน้อยลงกว่าปกติ ดังนั้นการอบไอน้ำร้อนจึงควรทำด้วยความระมัดระวังเพราะอาจจะเกิดการพองและไหม้ได้เนื่องจากผู้ป่วยจะไม่รู้สึกบริเวณหน้าอก |
| 6. |
การเกิดแผลปูดนูนในระยะแรก (3เดือนแรก) เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเป็นกลไกการหายของแผลเป็น หากมีการปูดนูนผิดปกติ สามารถรักษาแก้ไขได้โดยการใช้แผ่นเยลซิลิโคน (silicone gel sheet) ปิดที่แผลผ่าตัดไว้ประมาณ 3 เดือน และหากยังมีการเกิดแผลปูดนูนอีกก็สามารถทำให้ยุบได้โดยการฉีดยาละลายแผลปูด |
| 7. |
ผู้ป่วยบางรายที่มีขนาดหัวนมใหญ่กว่าปกติ หรือใหญ่กว่าผู้ชายจริง สามารถผ่าตัดแก้ไขได้หลังจากแผลหายสนิทแล้วประมาณ 6 เดือนหลังการตัดหน้าอก รวมทั้งการแก้ไขสภาพหน้าอกที่ยังไม่เรียบสามารถใช้วิธีการดูดไขมันหรือฉีดไขมันแก้ไขให้เรียบได้เช่นเดียวกัน |
การดูแลแผลในผู้ที่ได้รับการตัดหน้าอกโดยวิธีตัดแบบ T และมีการย้ายตำแหน่งหัวนม
| 1 |
เมื่อผู้ป่วยออกจากห้องผ่าตัดจะมีผ้าพันหน้าอกและมีสายระบายเลือด น้ำเลือดออกจากหน้าอกข้างละ 1 เส้น เพื่อระบายน้ำเลือด น้ำเหลืองที่อาจจะออกมาภายหลังการผ่าตัดได้ และเพื่อทำให้หน้าอกเรียบ และป้องกันการเกิดเลือดคั่งค้างภายหลัง รวมทั้งเป็นการป้องกันการเคลื่อนที่ของหัวนมและปานนมที่ได้รับการย้ายตำแหน่งด้วย โดยมากแพทย์จะใส่สายระบายเลือดไว้ระยะหนึ่งจนมั่นใจว่าจะไม่มีน้ำเหลืองออกมาอีก ก็จะถอดสายออกให้ โดยทั่วไปประมาณ 3-5 วัน ส่วนแผลเย็บบริเวณหน้าอกจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วันก็จะถอดไหมออกได้ หากผู้ป่วยกลับบ้านก่อนแพทย์ก็จะนัดมาตรวจแผลและถอดไหมให้ ภายหลัง |
| 2. |
แผลเย็บที่หน้าอกเมื่อตัดไหมแล้วแพทย์มักจะมีพลาสเตอร์ปิดบริเวณรอยเย็บในระยะแรกเพื่อทำให้แผลหายสนิทและป้องกันการแยกของแผลเย็บจึงควรจะระมัดระวังไม่ให้มีการดึงรั้งขอบแผลในระยะแรก เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์แผลจึงมีความแข็งแรงพอจึงสามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้และทำความสะอาดแผลโดยการล้างน้ำได้ตามปกติ แต่บางรายที่แผลหายช้าอาจจะต้องรอเวลาอีกประมาณ1-2 สัปดาห์ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำและประเมินลักษณะแผลอีกครั้งหลังจากนัดมาตรวจแผล |
| 3. |
แผลที่หัวนมและปานนมเป็นแผลที่เกิดจากการย้ายตำแหน่งหัวนมใหม่ซึ่งจะเป็นการปลูกหนังหัวนม จะมีการหายสนิทช้ากว่าแผลเย็บธรรมดา ในระยะแรกแพทย์จะไม่ต้องการให้ถูกน้ำและไม่ต้องการให้มีการกระทบกระเทือนบริเวณปานนม จึงควรจะปิดแผลให้นิ่ง และมาพบแพทย์เพื่อตรวจตามนัดโดยไม่จำเป็นต้องเปิดหรือเปลี่ยนแผล ยกเว้นมีการแฉะหรือมีน้ำเหลืองออกมามากจึงกลับไปให้แพทย์ล้างแผลและเปลี่ยนแผลให้ |
| 4. |
แผลที่ปานนมจะมีสีคล้ำดำในระยะแรก (ประมาณ 1 เดือน) หลังจากหนังที่ปลูกไว้ติดสนิทแล้วจะมีการลอกของผิวหนังชั้นบนออกไปและมีผิวหนังใหม่งอกขึ้นมาทดแทนเป็นสีชมพู ดังนั้นหากพบว่ามีการลอกของปานนมและหัวนมจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด ยกเว้นการเกิดการบวมแดงอักเสบหรือมีน้ำหนองออกมาจากปานนม จึงต้องกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจแผลอีกครั้ง |
| 5. |
แผลเป็นจากการผ่าตัดจะมีการแข็ง นูนแดงได้ในระยะแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติจากกลไกการหายของแผล แต่หากการนูนมีการแข็งตัวและขยายตัวใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม อาจจะเกิดจากการเกิดแผลคีลอยด์ (keloid) ซึ่งอาจจะต้องมีการรักษาต่อเนื่องเช่นการฉีดยาละลายแผลปูด หรือป้องกันด้วยแผ่นเจลซิลิโคน ซึ่งสามารถช่วยป้องกันได้ และจะเริ่มใช้ได้หลังจากแผลหายสนิทแล้ว (โดยประมาณ 1 เดือนขึ้นไป) |
| 6. |
การผ่าตัดแก้ไขหน้าอกที่ยังไม่สวยหรือแผลเป็นที่มีปัญหา ควรจะประเมินหลังจากการผ่าตัดเต้านมประมาณ 6-12 เดือนขึ้นไป เพื่อให้แผลเป็นเดิมหายสนิทและไม่มีการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนซึ่งทั้งนี้แพทย์ผ่าตัดจะได้ให้คำแนะนำเป็นระยะ ๆ ในการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม |
หากผู้ป่วยมีคำถามที่ต้องการถามเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำอธิบายนี้ ขอให้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำตัวผู้ป่วยหรือแพทย์ผู้ผ่าตัดได้ ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลหลังการผ่าตัดเป็นไปด้วยความถูกต้องและได้ผลดีตามที่มุ่งหวังไว้ |